วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

IOS







74 ความคิดเห็น:

  1. 1.นำเสนอเข้าใจง่ายดีค่ะ พูดชัดเจนดี
    2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับ IOS เพิ่มขึ้นค่ะ
    3.ชอบชำเลืองดูสคริปบ่อยไปนะคะ
    4.IOS นอกจากอุปกรณ์ในเครือ Apple แล้วมีใช้กับยี่ห้ออื่นมั้ยคะ
    5.น.ส.ณัฎฐพัชร พรมราช 5720602305

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ค่ะ รองรับเฉพาะ iPhone, iPad หรือ iPod touch เท่านั้นค่ะ ^^

      ลบ
  2. 1.นำเสนอดีค่ะ
    2.ได้ทราบว่าระบบปฏิบัติการ IOS มีอะไรบ้าง รูปแบบใดบ้าง
    3.ดูสคริปบ่อยนะคะ
    4.ตัวของแอปพลิเคชั่น ใน IOS มีอะไรบ้าง

    นางสาวเปมิกา เรืองนาค 57206202411

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สำหรับโปรแกรมพื้นฐานก็มี
      1. Messages (ข้อความ) – ใช้สำหรับรับข้อความและส่งข้อความ (SMS)
      2. Calendar (ปฏิทิน) – ใช้สำหรับดูปฏิทิน, เพิ่มกิจกรรม นัดหมายต่าง ๆ ของแต่ละวันลงในปฏิทินได้
      3. Photos (รูปภาพ) – อัลบั้มรูปรวมรูปภาพทั้งหมดอยู่ภายในเครื่อง
      4. Camera (กล้อง) – กล้องถ่ายภาพ
      5. Videos (วิดีโอ) – ใช้สำหรับเก็บวิดีโอที่โหลดหรือซื้อมาจาก iTunes Store
      6. Youtube – ใช้สำหรับดูคลิปวิดีโอจาก Youtube
      7. Maps (แผนที่) – ใช้สำหรับดูแผนที่, ค้นหาสถานที่และเส้นทางต่าง ๆ ทั่วโลก
      8. Weather (สภาพอากาศ) – ตรวจสอบและเช็คสภาพอากาศทั่วโลก
      9. Notes (จดโน้ต/บันทึก) – ใช้สำหรับจดบันทึกข้อความกันลืม
      10. Reminders (เตือนความจำ) – ใช้สำหรับบันทึกข้อความสั้น ๆ เพื่อเตือนความจำ สามารถตั้งเวลาเตือนได้
      11. Clock (นาฬิกา) – ตั้งนาฬิกาปลุก
      12. Games Center – ช่วยให้ผู้ใช้ iPhone สามารถเล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์กับเพื่อนๆ และทำให้รู้ว่าเพื่อน ๆ เล่นเกมอะไรอยู่บ้าง
      13. Newsstand (แผงหนังสือพิมพ์) – ใช้สำหรับดาวน์โหลดและซื้อหนังสือ, แมกกาซีนต่าง ๆ ออนไลน์
      14. iTunes – ใช้สำหรับซื้อหนัง เช่าหนัง ซื้อเพลงออนไลน์
      15. App Store – แหล่งรวมแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้ iPhone สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นได้จาก iPhone ผ่าน App Store
      16. Settings (ตั้งค่า) – ตั้งค่าต่าง ๆ ของ iPhone เช่น เสียงเรียกเข้า, เปิดปิด 3G, เปิด Wi-Fi เป็นต้น
      17. Phone (โทรศัพท์) – ใช้สำหรับโทรออก, ดูสายที่ไม่ได้รับ, ส่งวอยซ์เมล
      18. Mail (อีเมล) – ใช้สำหรับรับและส่งอีเมลจาก iPhone
      19. Safari – เว็บเบราว์เซอร์สำหรับท่องเว็บไซต์
      20. Music (เพลง) – ใช้สำหรับฟังเพลง
      21. Stocks (หุ้น) – เช็คหุ้นทั่วโลก
      22. Contacts (รายชื่อ) – จัดการรายชื่อ, เพิ่มรายชื่อ, แก้ไขรายชื่อ
      23. Calculator (เครื่องคิดเลข) – เครื่องคิดเลข พื้นฐาน บวก ลบ คูณ หารทั่วไป
      24. Compass (เข็มทิศ) – เข็มทิศนำทาง เหมาะกับกรณีเดินป่าหรือต้องการหาทิศทาง
      25. Voice Memos (วอยซ์เมโม) – ใช้ iPhone เป็นเครื่องบันทึกเสียงหรือคล้าย ๆ กับเครื่องอัดเสียง
      และมีการพัฒนาเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ

      ลบ
  3. 1.นำเสนอได้เข้าใจง่าย
    2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับ IOS และตัวอย่างที่น่าสนใจครับ
    3.นำเสนอดีมาก มีตัวอย่าง รูปแบบน่าสนใจมากๆครับ
    4.IOS10 จะมีในอนาคตไหมครับ
    นายธนกร สามงามไกร 5720600728

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มีแน่นอนค่ะ เพราะในปัจจุบันนี้มรการเเข่งขันของระบบปฏิบัติการอยู่เเล้ว ตัวของ IOS เองก็จะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ ^^

      ลบ
  4. 1.นำเสนอได้ดี พูดคล่อง
    2.ระบบปฏิบัติการ IOS
    3. เนื้อหาดี
    4.IOS9 พัฒนาอะไรหรือเพิ่มอะไร จาก IOS8 ?
    5.นางสาวอัคราภรณ์ อ่อนตุ้ม 5720600787

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. 1.โน๊ตที่พัฒนาใช้ใช้งานได้ง่าย ขีดเส้นใต้ได้เลย สะดวกมากยิ่งขึ้น
      2.map ที่เพิ่มเส้นทางของรถโดยสารสาธารณะ
      3.แป้นพิมพ์ที่ฉลาดเเละรวดเร็ว มีคำแนะนำที่ฉลาดและถูกต้อง
      4.siri ที่มีความสามารถครอบคลุมกว้างขวาง ค้นหาได้แม่นยำถูกต้อง สามารถบอกให้จดบันทึกโน๊ตด้วยเสียงเเละโทรออกด้วยเสียได้ด้วย
      5.มีโหมดประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ที่สามารถยืดเวลาการใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม
      6.การอัพเดทที่ไม่กินพื้นที่และสะดวกสบายยิ่งขึ้น
      7.เร็วยิ่งขึ้น ตอบสนองได้ดียิ่งกว่า
      8.การเก็บรักษาอุปกรณ์และ Apple ID ของคุณให้ปลอดภัยยิ่งกว่าเดิม ^^

      ลบ
  5. ลักษณะการนำเสนอ : นำเสนอได้น่าสนใจคะ
    เนื้อหา/สาระ: การพัฒนาของระบบiOSและความสามารถต่างๆของแต่ละiOS ที่มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกัน ดดยเฉพาะiOS9 มีสิริคอยช่วยบันทึกและโทรออกเบอร์ที่มีอยู่ในเครื่องได้
    ข้อเสนอแนะ: ควรมั่นใจในการพูดอีกนิดนึงคะ
    คำถาม: ระบบiOSมีข้อเสียอะไรบ้าง?
    นางสาวณัฐวดี โพธิ์สุวรรณ 5720600701

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ข้อเสียที่พบก็มีดังต่อไปนี้
      1. การนำเข้าพวกไฟล์ภาพ เพลง วีดีโอ ค่อนข้างลำบากต้องผ่าน iTunes และหากจะนำรูปภาพจากคอมพิวเตอร์กลับมาลง iphone ต้อง syn ผ่าน iTunes เท่านั้น ไม่สามารถส่งผ่าน bluetooth หรือก้อปปี้เข้า folder หลักโดยตรงได้


      2. ไฟล์รูปภาพที่ syn ผ่านคอมพิวเตอร์เข้ามาสู่ iphone จะไม่สามารถลบได้จากในตัวเครื่องมือถือ ต้องไปลบจากคอมพิวเตอร์แล้ว syn ผ่าน itune อีกครั้งเท่านั้น

      3. ไม่สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทาง bluetooth ได้นะครับ ถ้าคิดว่าคุณจะซื้อ iphone แล้วมาส่งไฟล์ภาพแชร์กับเพื่อนที่ใช้มือถือแอนดรอยล่ะก็คุณอาจจะต้อง มึนๆ งงๆ ได้ครับว่าเครื่องตัวเองเสียหรือเปล่าทำไมแชร์ไม่ได้

      4. การนำไฟล์ mp3 มาใช้ในการทำเสียงเรียกเข้าต้องทำผ่าน iToos เท่านั้นซึ่งเป็นคนละโปรแกรมกับ iTunes ผู้ใช้ iphone ส่วนใหญ่จึงไม่อยากที่จะศึกษาตรงนี้เพราะกลัวจะวุ่นวายเลยใช้เสียงเรียกเข้าเดิมๆที่ระบบมีไว้ให้ครับทั้งๆที่จริงแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรครับ มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เชื่อมต่อผ่านสาย usb เข้าโปแกรม iToos และตัดท่อนฮุกที่ต้องการมันก็จะ syn เข้ามาให้ในเครื่องแล้วครับ

      5. โปรแกรมบางตัวใน แอนดรอย (android) ที่คนนิยมกลับไม่มีใน app store

      6. โปรแกรมหลายตัวใน iphone มีลูกเล่นสู้ฝั่ง แอนดรอยไม่ได้ อาทิเช่น gmail และ line ยกตัวอย่างง่ายๆครับ gmail ใน iphone จะไม่สามารถลบอีเมล์จำนวนมากๆพร้อมกันได้ และ line ก็ไม่สามารถที่จะพิมพ์ตอบใน pop up แจ้งเตือนได้ ซึ่งจะตอบได้ก็ต้องเข้าไปในโปรแกรมอีกที นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโปรแกรมเลยครับที่ฝั่งแอนดรอยทำได้ดีกว่าทั้งๆที่เป็นโปรแกรมเดียวกัน

      7. การแยกเสียงเตือนของโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น gmail / line และโปรแกรมอื่นๆที่ใช้การแจ้งเตือนยังคงตั้งเสียงเตือนของแต่ละโปรแกรมไม่ได้ ซึ่งต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่สามารถแยกเสียงเตือนและตั้งเสียงเตือนที่เราต้องการได้


      8. การถ่ายรูปและแชร์ทันทียังมีตัวเลือกไม่มากเท่า แอนดรอย เช่นถ้าคุณต้องการที่จะถ่ายรูปและแชร์เข้า line ทันทีคุณต้องไปเปิดโปรแกรม line ขึ้นมาก่อนและส่งรูปที่คุณถ่ายไว้นั้นไปทีหลัง หรือถ่ายรูปจากโปรแกรม line เท่านั้นจึงจะแชร์ได้แบบทันที จุดนี้ต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่มีตัวเลือกในการแชร์ที่หลากหลายกว่า


      9. ระบบจัดการในส่วนของ contact หรือรายชื่อผู้ติดต่อยังไม่ดีเท่าแอนดรอย

      10. ลูกเล่นในการถ่ายภาพจากกล้องของ iphone เองลูกเล่นยังน้อยกว่าฝั่งแอนดรอยเยอะ ยกเว้นเสียแต่เราไปลงโปรแ
      กรมแต่งภาพหรือโปรแกรมถ่ายรูปอย่างเช่น camera 360

      11. การโหลดโปรแกรมใน app store ใช้งานยากกว่า แอนดรอย ที่สำคัญคือมันต้องให้ใส่รหัส apple id ทุกครั้งเมื่อจะโหลดโปรแกรม (ทำไมมันไม่จำบ้างนะ)


      12. การจัดการกับโปรแกรมที่ค้างอยู่ น่าจะเป็นเรื่องที่วุ่นวายสำหรับใครหลายๆคนซึ่งต้องมาไล่ปิดทีละโปรแกรมจากการกด home 2 ครั้งเพื่อเรียกดูโปรแกรมที่เปิดอยู่และปิดมันทีละอันๆ ทำไมไม่ทำแบบกดปิดได้ทีเดียวพร้อมกันไปเลยบ้างล่ะ เข้าไปใน app store ก็ยังไม่พบว่าจะมีโปรแกรมช่วยปิดพร้อมๆกันทีเดียว ต่างจากฝั่งแอนดรอยที่มีโปรแกรมในการช่วยจัดการตรงนี้มากมายให้เลือกใช้ ของฝั่ง apple ก็มีนะครับแต่ต้องทำการ Jailbreak เครื่องเสียก่อน แต่ ณ ตอนนี้ ios ที่ผมใช้ยังเป็นเวอร์ชั่นที่ยังไม่สามารถ Jailbreak ได้ครับ การ Jailbreak ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียหาข้อมูลได้จาก google เลยครับสำหรับคนที่สนใจ

      13. แป้นพิมพ์ใน iphone ยังไม่สามาถลงแป้นพิมพ์อื่นๆแบบใน แอนดรอย ได้นะครับ แต่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอาแป้นพิมพ์กี่แถว ถ้าใครซื้อ iphone มาแล้วหวังจะลงแป้นพิมพ์ที่คุ้นเคยอย่างที่เคยใช้ในแอนดรอย ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิดแล้ว

      14. การ backup ทำได้ยากกว่าใน แอนดรอย ซึ่งทาง แอนดรอย ปัจจุบันสามารถที่จะ backup ทั้งรายชื่อติดต่อ โปรแกรมและอื่นๆผ่านทาง gmail ได้แล้วโดยไม่ต้องยุ่งยาก แต่ทาง iphone ยังต้องทำการ backup ผ่านทาง iTunes และ iCloud อยู่ ที่ผ่านมาเราพบอยู่บ่อยๆสำหรับผู้ใช้ iphone ที่ไม่ชำนาญการใช้เวลาเครื่องมีปัญหาและไม่เคย backup มาก่อนมักจะสูญเสียข้อมูลไปพร้อมเครื่อง เนื่องจากเวลาเคลมเครื่องนั้นทาง apple ไม่ได้กู้คืนข้อมูลให้เราแต่เปลี่ยนเครื่องใหม่มาแทน ลองคิดดูว่าถ้ารูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อจำนวนมากๆ และอะไรต่อมิอะไรที่คุณไม่เคย backup เก็บไว้เลยสูญหายไปคุณจะเครียดแค่ไหน

      15. iphone ไม่มีปุ่มปิดโปรแกรมแต่ละโปรแกรมและไม่มีปุ่ม back แน่นอนล่ะถ้าเป็นแบบนี้หลายคนที่ใช้งานเวลาจะออกจากโปรแกรมก็กดแต่ปุ่ม home กันจนบางครั้งลืมเข้าไปกดปิดจนทำให้แบ็ตหมดเร็วซึ่งก็เป็นสาเหตุหลัก

      ลบ
  6. 1.นำเสนอดี น่าฟัง เนื้อหาครบถ้วน
    2.ได้ทราบวิวัฒนาการของios
    3.mindmapน่าจะมีเส้นโยง
    4.คิดว่าios11จะเป็นอย่างไร
    5.น.ส.ปรียารัตน์ ฉิ่งเล็ก 5720600752

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. มีการพัฒนาแอพลิเคชันใหม่ๆที่ตอบสนองความต้องการในการใช้งานของคนในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น และพบข้อบกพร่องน้อยที่สุดในการใช้งาน ^^ ที่สำคัญต้องไม่เด้ง 5555

      ลบ
  7. ลักษณะการนำเสนอ : ลักษณะการนำเสนอค่อนข้างดี ยิ้มแย้มแจ่มใสดีค่ะ
    ความรู้ : ได้เรียนรู้ระบบปฏบัติการ IOS ใน IPhone
    ข้อเสนอแนะ : มีการยกตัวอย่างดีค่ะ ลืมไปในบางช่วง :)
    คำถาม : การฝากไฟล์ใน IOS จะฝากไฟล์ไว้ที่ไหนค่ะ ?
    นางสาวณัฐริกา สิทธิชัย รหัสนิสิต 5720602313

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ระบบ icloud เป็นระบบที่รองรับการบันทึกไฟล์จากตัวเครื่องโดยอัตโนมัติค่ะ สะดวกสบายในการเรียกมาใช้งาน

      ลบ
  8. นำเสนอได้ดี พูดจาชัดเจน ภาพประกอบสวยงาม ได้เรียนรู้ระบบปฏิบัติการ ios อยากทราบว่าถ้าจะส่งต่อข้อมูลถึงกันจะส่งผ่านทางใดได้บ้าง
    น.ส.พิชญาภา ม่วงวันดี รหัส5720602437

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ถ้าใช้ระบบ IOS จะมีการเเชร์ข้อมูลลงไปใน icloud ซึ่งสามารถแชร์ผ่าน icloud ด้วยกันได้เลยค่ะ ^^

      ลบ
  9. 1) นำเสนอและ เนื้อหา info graphic น่าสนใจ
    2) รู้วิวัฒนาการและ สิ่งแอปน่าใช้ของ IOS
    3) มีดูสคริปบ้าง นิดหน่อย
    4) คิดว่า IOS กับ Android อะไรดีกว่าคะ แล้วดีกว่าอย่างไร

    นางสาวปิ่นมนี เมตตาวิมล 5720602399

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลเลยค่ะ เเต่ส่วนตัวของดิฉันคิดว่าชอบ IOS มากกว่าเพราะมีระบบปฏิบัติการที่ลื่นไหล สวยงามมากค่ะ ถ้าพูดถึงข้อดีข้อเสียอันนี้คิดว่า
      iOS : ข้อดี แอพเยอะ แจกฟรีบ่อย เกมส์มันส์ ได้อัพเดทไว(พร้อมกันทุกเครื่องทั่วโลก) ได้อัพไอโอเอสไปยาวๆ นักพัฒนาแอพสนใจมากสุด ได้อัพเดทแอพก่อนอันอื่น(ยกเว้นไลน์ไว้อันนึง แอนดรอยด์ได้ก่อนตลอด) ใช้งานง่ายนะ(คหสต.)ทั้งกล้อง ทั้งแอพอื่นๆ
      ข้อเสีย : จอไม่เล็กมากแต่คีย์บอร์ดพิมพ์ผิดตลอด ปรับแต่งหน้าตาไม่ได้มากอย่างมากก็เปลี่ยนวอลล์เปเปอร์
      Android : ข้อดี ปรับแต่งได้เยอะถึงเยอะมาก มีฟีเจอร์เด่นๆตามยี่ห้อ ส่วนมากจอใหญ่พิมพ์สะดวก
      ข้อเสีย : แอพเด้งบ่อยไปนะ เกมส์บางเกมส์ก็เอ๋อๆกว่าไอโอเอส แอพส่วนใหญ่ได้อัพเดทแต่มาช้า แอพexclusive ไม่ค่อยมี ได้รับอัพเดทไม่พร้อมกันแล้วแต่ค่ายยี่ห้อ
      ประมาณนี้ค่ะ ^^

      ลบ
  10. 1.ลักษณะการนำเสนอ พูดจาชัดเจนดีค่ะ สรุปใจความยกตัวอย่างได้เข้าใจดีค่ะ
    2.เนื้อหาที่ได้รับ ในปัจจุบันนิยมช้ระบบ ios ซึ้งทันสมัยที่สุด
    3.ข้อเสนอแนะ มีอาการตื่นเต้นบ้างค่ะ
    4.คำถาม ระบบ ios ต่างจากระบบอื่นอย่างไร
    นางสาวปิยวรรณ ประหยัดทรัพย์ รหัส 5720602402

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต่างกันประมาณนี้นะคะ
      1.iOS
      - Application เยอะดี มีให้เลือกเล่นเยอะ มีลดราคาบ่อย แจกฟรีก็บ่อยครับ แต่ส่วนมากอยากเล่นต้องซื้อ (ใน Android ฟรีเยอะกว่า แถมมี apk. อีก)
      - OS ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่ปรับแต่งไม่ได้นอกจาก Jailbreak แต่ก็ไม่กว้างเท่า Android อยู่ดี
      - Design งดงาม !! (ทั้ง Interface UI , iPhone)
      2.Android
      - ปรับแต่งได้มากมายแต่เลือก Launcher UI ดีๆหน่อย ไม่งั้นกิน RAM เยอะ
      - ใช้งานได้กว้างมาก แต่อัพเดทค่อนข้างช้า (ถ้าไม่ใช่ Nexus และ High End ของแบรนด์)
      - ราคาตกไวมาก เพราะมันมี Android Phone หลายแบรนด์เกินไป
      3.Windows Phone
      - ระบบลื่นมาก ใช้งานไม่ยุ่งยาก สบายๆ
      - hardware ไม่สูงก็ใช้งานได้ลื่นแม้แต่ CPU Dual Core 1GHz , RAM 512MB ยังลื่นเลย
      - แอพยังไม่เยอะมาก !! ส่วนแอพหลักๆ Line Facebook ยังมีบัคและยังขาดฟีงก์ชันหลักๆอยู่ , แต่การแจ้งเตือนตรงแล้วหลังๆ

      ลบ
  11. 1.นำเสนอได้ดีมากๆ เนื้อหาน่าสนใจ
    2.ได้ทราบว่า IOS มีระบบปฏิบัติอย่างไร
    3.ตอนนำเสนอมีติดขัดเล็กน้อยคะ แต่ให้อภัยได้เพราะรักมุก จุ๊ฟๆๆๆ
    4.อยากทราบว่าในความคิดของผู้นำเสนอระหว่าง IOS กับ Android ชอบอะไรมากกว่ากันเพราะเหตุใด
    นางสาวธิดา คล้ายจันทร์ 5720600744

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ส่วนตัวของดิฉันคิดว่าชอบ IOS มากกว่าเพราะมีระบบปฏิบัติการที่ลื่นไหล สวยงามมากค่ะ

      ลบ
  12. 1.มีการเตรียมตัวที่ดี พูดนำเสนอชัดเจน
    2.ได้รู้ถึงข้อมูลของระบบปฏิบัติการของ IOS รวมถึงที่มาและลูกเล่นต่างๆ
    3.อยากทราบข้อมูลของ IOS 1-8 ด้วยค่ะ
    4.ระบบ IOS 1-9 มีความแตกต่างกันในเรื่องไหนมากที่สุดคะ พัฒนาเรื่องไหนเป็นสำคัญ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เเตกต่างที่ความสะดวกในการใช้งานค่ะ พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานมากขึ้นในทุกๆ IOS จะพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ของผู้ใช้ทั้งสิ้นค่ะ

      ลบ
  13. 1. นำเสนอดี น่าฟัง ชัดเจน
    2. ได้ความรู้เกี่ยวกับ ios มากมาย
    3.พูดติดขัดนิหน่อย
    4. คิดว่า ios กับ แอนดรอย ต่างกันยังไง
    ชื่อ น.ส. ทิพรัชต์ แสงงาม 5720602330

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. iOS เป็นระบบที่มีความซับซ้อนน้อย จุดเด่นคือมีบริการจากส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น iTunes, Games Center และ iCloud ทำให้ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวระบบ (บัญชีเดียวใช้บริการได้อย่างครอบคลุม) ที่น่าสนใจคือปลอดภัยจากมัลแวร์

      Android เหมือนคอมพิวเตอร์เลย ติดตั้งแอพจากไหนก็ได้ เชื่อมต่อแกับอุปกรณ์ภายนอกได้ง่าย (เสียบ USB กับคอมเครื่องไหนก็ได้) เข้าถึงไฟล์ต่างๆและปรับแต่งการตั้งค่าของเครื่องได้ง่าย

      ลบ
  14. 1.นำเสนอเนื้อหาได้ดี มีการเรียบเรียงเนื้อหาที่เข้าใจง่าย
    2.ได้เข้าใจ ios มากยิ่งขึ้น
    3.พูดได้ดีแต่พูดมีการดูสคริปอยู่บ้าง
    4.ios มีแต่ใน iphone หรือปล่าวค่ะ

    นางสาวพรนภา อารีเอื้อ 5720602429

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่เเล้วค่ะ รองรับเฉพาะ iPhone, iPad หรือ iPod touch เท่านั้นค่ะ ^^

      ลบ
  15. 1.ลักษณะการนำเสนอของเพื่อน
    - นำเสนอได้ดีมากค่ะ น้ำเสียงน่าฟัง
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ
    - ประโยชน์ของ ios
    3.ข้อเสนอแนะ
    - ในมายแมพ ควรมีภาษาไทยบ้าง
    4.คำถาม
    - ทำไมระบบ ios ถึงส่ง บลูทูตให้กับ ระบบอื่นไม่ได้ ???
    5.ชื่อ นามสกุล
    -น.ส.กันต์สิริ จันปุ่ม

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. นโยบาย เรื่องความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลเเละตัวเครื่องขั้นสูงสุดค่ะ ^^

      ลบ
  16. 1.นำเสนอได้ดีมากๆเลยคะ
    2.ได้รู้ถึง ios ว่าเป็นอย่างไร
    3.นำเสนอได้ดีคะ
    4.สามารถนำไปประยุกต์กับการสอนแบบไหนได้บ้างคะ
    5.นางสาว ปภัศสร ทศยันไชย 5720601112

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. IOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ประกอบไปด้วยหลากหลายแอพลิเคชันที่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงสามารถใช้งานผ่านแอพลิเคชันทางการศึกษา สะดวกและง่ายต่อการหาความรู้มากยิ่งขึ้นค่ะ ^^

      ลบ
  17. 1.พูดได้ดี ราบรื่น
    2.ได้รู้เกี่ยวกับการพัฒนาของ ios
    3.ดูสคริปบ่อย ควรพูดแอพพลิเคชันทางการศึกษาบ้าง
    4.การใช้งานแอพพลิเคชั่นที่มีประสิทธิภาพส่วนใหญ่มีการเสียค่าใช้จ่าย จะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้ทุกระดับสามารถใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
    นางสาวมานิตา ล่ามกิจจา 5720602453

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่สามารถแก้ไขได้ค่ะ เป็นเงื่อนไขของทางบริษัทที่สร้างแอพลิเคชันที่มีประสิทธิภาพเเล้วจดลิขสิทธ์ ดังนั้นผู้ที่จะใช้บริการได้ต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าลิขสิทธ์ด้วย ^^

      ลบ
  18. ลักษณะการนำเสนอ: นำเสนอเนื้อหาได้ดี ชัดเจน
    ความรู้ที่ได้ : ios ระบบปฏิบัติการ และลูกเล่นภายในเครื่อง
    ข้อเสนอแนะ : ติดขัดและมีการดูสคริปเล็กน้อย
    คำถาม : ข้อเสียของระบบ IOS
    นางสาวนัทธมน แดงแท้ 5720602356

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. 1. เรื่องแรกคือ เรื่องมาก! คือเรื่องของการใช้งานในการจัดการเรื่องบัญชี Itune การเชื่อต่อกับคอมเพื่อนำเพลงนำวีดีโอลง หรือจะตัดเพลงเพื่อทำเป็นเสียงเรียกเข้า ตอนที่ Iphone เริ่มดังใหม่ๆ มันคือปัญหาระดับชาติกันเลยทีเดียว บางคนมีไอโฟน แต่ยังใช้แค่โทรเข้ากับโทรออก เนื่องจากทำอะไรกับมันไม่เป็น แค่การสมัคร Itune ก็ยากแล้ว แต่มา ณ ปัจจุบัน Itune ถูกสร้างมาให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่ส่วนตัว ผมก็ยังว่ามันก็ยังยากสำหรับยูสเซอร์อยู่ดี ผมมักจะล้อคนใช้ Iphone อยู่บ่อยๆว่า "มีเงินซื้ออย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องฉลาดด้วย" ไม่ได้พูดประชด แต่มันคือเรื่องจริง

      2. ไม่อิสระ! ทางการใช้งาน iphone จะถูกจำกัดทางด้านลิขสิทธ์อย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นการโหลด MP3(เถื่อน)จากตัว Iphone เองเลย และแอพหลายแอพถูกจำกัดความสามารถ เนื่องจาก Iphone จัดเรตว่าตัวเองห้ามเกิน 18+ แอพที่ xxx ก็จะถูกจำกัด

      3. ไม่สามารถแชร์สิ่งต่างๆภายใน Iphone เรา ไปให้ Iphone อื่นๆ หากเราอยากแชร์รูป แชร์เพลง ไปให้กับเครื่อง Iphone เพื่อน….ไม่มีทาง

      4. รูปภาพและเพลง จะสามารถลบได้โดยผ่าน Itune เท่านั้น ไม่สามารถลบได้จากตัวเครื่องเอง

      5. ราคาเเพง

      ลบ
  19. 1.นำเสนอค่อนข้างดี ยิ้มแย้มน่าฟัง
    2.ทราบฟังก์ชันการทำงานต่างๆของ IOS
    3.ในเนื้อหาควรอธิบายด้วย
    4.ระบบ IOS มีการอัพเดตทุกๆกี่ปี

    นางสาวสโรชา อดทนดี รหัสนิสิต 5720602461

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนค่ะ เพราะการพัฒนาระบบ ขึ้นอยู่กับนักพัฒนาซอฟเเวร์เเละบริษัทในการปล่อยตัวระบบปฏิบัติการใหม่ๆออกมา ^^

      ลบ
  20. 1.เนื้อหามีประโยชน์ นำ้เสียงน่าฟังชัดเจน เข้าใจได้ง่าย
    2. ระบบ IOS เป็นระบบปฎิบัติการที่ได้รับความนิยม มีการอธิบายเชื่อมโยงอุปกรณ์เสริมในเครือแอ็ปเปิ๊ล แอพพริเคชั่นที่ปรับปรุในปัจจุบัน
    3.ไม่มีข้อเสีย
    4.ข้อเสียที่ทำให้ IOS ระบบปฎิบัติอื่นดีกว่า
    5.นางสาวฐิติมา ศรีหรั่ง 5720601091

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ข้อเสียของ IOS คือ
      1. การนำเข้าพวกไฟล์ภาพ เพลง วีดีโอ ค่อนข้างลำบากต้องผ่าน iTunes และหากจะนำรูปภาพจากคอมพิวเตอร์กลับมาลง iphone ต้อง syn ผ่าน iTunes เท่านั้น ไม่สามารถส่งผ่าน bluetooth หรือก้อปปี้เข้า folder หลักโดยตรงได้

      2. ไฟล์รูปภาพที่ syn ผ่านคอมพิวเตอร์เข้ามาสู่ iphone จะไม่สามารถลบได้จากในตัวเครื่องมือถือ ต้องไปลบจากคอมพิวเตอร์แล้ว syn ผ่าน itune อีกครั้งเท่านั้น

      3. ไม่สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทาง bluetooth ได้นะครับ ถ้าคิดว่าคุณจะซื้อ iphone แล้วมาส่งไฟล์ภาพแชร์กับเพื่อนที่ใช้มือถือแอนดรอยล่ะก็คุณอาจจะต้อง มึนๆ งงๆ ได้ครับว่าเครื่องตัวเองเสียหรือเปล่าทำไมแชร์ไม่ได้

      4. การนำไฟล์ mp3 มาใช้ในการทำเสียงเรียกเข้าต้องทำผ่าน iToos เท่านั้นซึ่งเป็นคนละโปรแกรมกับ iTunes ผู้ใช้ iphone ส่วนใหญ่จึงไม่อยากที่จะศึกษาตรงนี้เพราะกลัวจะวุ่นวายเลยใช้เสียงเรียกเข้าเดิมๆที่ระบบมีไว้ให้ครับทั้งๆที่จริงแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรครับ มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เชื่อมต่อผ่านสาย usb เข้าโปแกรม iToos และตัดท่อนฮุกที่ต้องการมันก็จะ syn เข้ามาให้ในเครื่องแล้วครับ

      5. โปรแกรมบางตัวใน แอนดรอย (android) ที่คนนิยมกลับไม่มีใน app store

      6. โปรแกรมหลายตัวใน iphone มีลูกเล่นสู้ฝั่ง แอนดรอยไม่ได้ อาทิเช่น gmail และ line ยกตัวอย่างง่ายๆครับ gmail ใน iphone จะไม่สามารถลบอีเมล์จำนวนมากๆพร้อมกันได้ และ line ก็ไม่สามารถที่จะพิมพ์ตอบใน pop up แจ้งเตือนได้ ซึ่งจะตอบได้ก็ต้องเข้าไปในโปรแกรมอีกที นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโปรแกรมเลยครับที่ฝั่งแอนดรอยทำได้ดีกว่าทั้งๆที่เป็นโปรแกรมเดียวกัน

      7. การแยกเสียงเตือนของโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น gmail / line และโปรแกรมอื่นๆที่ใช้การแจ้งเตือนยังคงตั้งเสียงเตือนของแต่ละโปรแกรมไม่ได้ ซึ่งต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่สามารถแยกเสียงเตือนและตั้งเสียงเตือนที่เราต้องการได้

      8. การถ่ายรูปและแชร์ทันทียังมีตัวเลือกไม่มากเท่า แอนดรอย เช่นถ้าคุณต้องการที่จะถ่ายรูปและแชร์เข้า line ทันทีคุณต้องไปเปิดโปรแกรม line ขึ้นมาก่อนและส่งรูปที่คุณถ่ายไว้นั้นไปทีหลัง หรือถ่ายรูปจากโปรแกรม line เท่านั้นจึงจะแชร์ได้แบบทันที จุดนี้ต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่มีตัวเลือกในการแชร์ที่หลากหลายกว่า

      9. ระบบจัดการในส่วนของ contact หรือรายชื่อผู้ติดต่อยังไม่ดีเท่าแอนดรอย

      10. ลูกเล่นในการถ่ายภาพจากกล้องของ iphone เองลูกเล่นยังน้อยกว่าฝั่งแอนดรอยเยอะ ยกเว้นเสียแต่เราไปลงโปรแ
      กรมแต่งภาพหรือโปรแกรมถ่ายรูปอย่างเช่น camera 360

      11. การโหลดโปรแกรมใน app store ใช้งานยากกว่า แอนดรอย ที่สำคัญคือมันต้องให้ใส่รหัส apple id ทุกครั้งเมื่อจะโหลดโปรแกรม (ทำไมมันไม่จำบ้างนะ)

      12. การจัดการกับโปรแกรมที่ค้างอยู่ น่าจะเป็นเรื่องที่วุ่นวายสำหรับใครหลายๆคนซึ่งต้องมาไล่ปิดทีละโปรแกรมจากการกด home 2 ครั้งเพื่อเรียกดูโปรแกรมที่เปิดอยู่และปิดมันทีละอันๆ ทำไมไม่ทำแบบกดปิดได้ทีเดียวพร้อมกันไปเลยบ้างล่ะ เข้าไปใน app store ก็ยังไม่พบว่าจะมีโปรแกรมช่วยปิดพร้อมๆกันทีเดียว ต่างจากฝั่งแอนดรอยที่มีโปรแกรมในการช่วยจัดการตรงนี้มากมายให้เลือกใช้ ของฝั่ง apple ก็มีนะครับแต่ต้องทำการ Jailbreak เครื่องเสียก่อน แต่ ณ ตอนนี้ ios ที่ผมใช้ยังเป็นเวอร์ชั่นที่ยังไม่สามารถ Jailbreak ได้ครับ การ Jailbreak ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียหาข้อมูลได้จาก google เลยครับสำหรับคนที่สนใจ

      13. แป้นพิมพ์ใน iphone ยังไม่สามาถลงแป้นพิมพ์อื่นๆแบบใน แอนดรอย ได้นะครับ แต่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอาแป้นพิมพ์กี่แถว ถ้าใครซื้อ iphone มาแล้วหวังจะลงแป้นพิมพ์ที่คุ้นเคยอย่างที่เคยใช้ในแอนดรอย ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิดแล้ว

      14. การ backup ทำได้ยากกว่าใน แอนดรอย ซึ่งทาง แอนดรอย ปัจจุบันสามารถที่จะ backup ทั้งรายชื่อติดต่อ โปรแกรมและอื่นๆผ่านทาง gmail ได้แล้วโดยไม่ต้องยุ่งยาก แต่ทาง iphone ยังต้องทำการ backup ผ่านทาง iTunes และ iCloud อยู่ ที่ผ่านมาเราพบอยู่บ่อยๆสำหรับผู้ใช้ iphone ที่ไม่ชำนาญการใช้เวลาเครื่องมีปัญหาและไม่เคย backup มาก่อนมักจะสูญเสียข้อมูลไปพร้อมเครื่อง เนื่องจากเวลาเคลมเครื่องนั้นทาง apple ไม่ได้กู้คืนข้อมูลให้เราแต่เปลี่ยนเครื่องใหม่มาแทน ลองคิดดูว่าถ้ารูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อจำนวนมากๆ และอะไรต่อมิอะไรที่คุณไม่เคย backup เก็บไว้เลยสูญหายไปคุณจะเครียดแค่ไหน

      15. iphone ไม่มีปุ่มปิดโปรแกรมแต่ละโปรแกรมและไม่มีปุ่ม back แน่นอนล่ะถ้าเป็นแบบนี้หลายคนที่ใช้งานเวลาจะออกจากโปรแกรมก็กดแต่ปุ่ม home กันจนบางครั้งลืมเข้าไปกดปิดจนทำให้แบ็ตหมดเร็วซึ่งก็เป็นสาเหตุหลัก

      ลบ
  21. 1.นำเสนอได้ดี มีการเรียบเรียงคำพูดได้ดี
    2.รู้จัก ระบบ IOS มากขึ้น IOS แต่ละรุ่น
    3.เนื้อหาค่อนข้างเยอะ
    4.เราจะสามารถนำเอา ระบบ IOS กับเด้กระดับชั้นม.ปลาย หรือไม่ เพราะเหตุใด
    5.นางสาวกมลวรรณ พรมอินทร์ 5720602259

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย เเต่ควรใช้อย่างระมัดระวังเเละอยู่ภายใต้การดูเเลของผู้ใหญ่ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดีเเละข้อเสีย ดังนั้นควรคำนึงถึงความปลอดภัยของการใช้งานให้มากที่สุด

      ลบ
  22. 1.ลักษณะการนำเสนอของเพื่อน: พูดคล่องแคล่ว น้ำเสียงน่าฟังน่าติดตาม
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้: ทราบข้อมูลของIOS ระบบปฏิบัติการ และการพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน
    3.ข้อเสนอแนะ: ดูสคริปบ่อยไปนิดจ้า ไม่มีข้อเสีย
    4.ฝากคำถาม: IOSใช้กับอุปกรณ์ใดได้บ้าง?
    5.นางสาวจุฑาทิพย์ เรืองงาม 5720602283

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. รองรับเฉพาะ iPhone, iPad หรือ iPod touch เท่านั้นค่ะ ^^

      ลบ
  23. 1.ลักษณะการนำเสนอ
    นำเสียงน่าฟัง เข้าใจง่าย อธิบายได้ชัดเจน
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ
    ได้ความรู้เรื่อง IOS ทราบถึงระบบทำงานของฟังก์ชันต่างๆ
    3.ข้อเสนอแนะ
    มีพูดติดขัดเล็กน้อย
    4.ฝากคำถาม
    IOS มีข้อเสียอย่างไรบ้าง
    นางสาวสุภาพร จันทร์สุธรรม 5720602470

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ข้อเสียของ IOS คือ
      1. การนำเข้าพวกไฟล์ภาพ เพลง วีดีโอ ค่อนข้างลำบากต้องผ่าน iTunes และหากจะนำรูปภาพจากคอมพิวเตอร์กลับมาลง iphone ต้อง syn ผ่าน iTunes เท่านั้น ไม่สามารถส่งผ่าน bluetooth หรือก้อปปี้เข้า folder หลักโดยตรงได้

      2. ไฟล์รูปภาพที่ syn ผ่านคอมพิวเตอร์เข้ามาสู่ iphone จะไม่สามารถลบได้จากในตัวเครื่องมือถือ ต้องไปลบจากคอมพิวเตอร์แล้ว syn ผ่าน itune อีกครั้งเท่านั้น

      3. ไม่สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทาง bluetooth ได้นะครับ ถ้าคิดว่าคุณจะซื้อ iphone แล้วมาส่งไฟล์ภาพแชร์กับเพื่อนที่ใช้มือถือแอนดรอยล่ะก็คุณอาจจะต้อง มึนๆ งงๆ ได้ครับว่าเครื่องตัวเองเสียหรือเปล่าทำไมแชร์ไม่ได้

      4. การนำไฟล์ mp3 มาใช้ในการทำเสียงเรียกเข้าต้องทำผ่าน iToos เท่านั้นซึ่งเป็นคนละโปรแกรมกับ iTunes ผู้ใช้ iphone ส่วนใหญ่จึงไม่อยากที่จะศึกษาตรงนี้เพราะกลัวจะวุ่นวายเลยใช้เสียงเรียกเข้าเดิมๆที่ระบบมีไว้ให้ครับทั้งๆที่จริงแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรครับ มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เชื่อมต่อผ่านสาย usb เข้าโปแกรม iToos และตัดท่อนฮุกที่ต้องการมันก็จะ syn เข้ามาให้ในเครื่องแล้วครับ

      5. โปรแกรมบางตัวใน แอนดรอย (android) ที่คนนิยมกลับไม่มีใน app store

      6. โปรแกรมหลายตัวใน iphone มีลูกเล่นสู้ฝั่ง แอนดรอยไม่ได้ อาทิเช่น gmail และ line ยกตัวอย่างง่ายๆครับ gmail ใน iphone จะไม่สามารถลบอีเมล์จำนวนมากๆพร้อมกันได้ และ line ก็ไม่สามารถที่จะพิมพ์ตอบใน pop up แจ้งเตือนได้ ซึ่งจะตอบได้ก็ต้องเข้าไปในโปรแกรมอีกที นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโปรแกรมเลยครับที่ฝั่งแอนดรอยทำได้ดีกว่าทั้งๆที่เป็นโปรแกรมเดียวกัน

      7. การแยกเสียงเตือนของโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น gmail / line และโปรแกรมอื่นๆที่ใช้การแจ้งเตือนยังคงตั้งเสียงเตือนของแต่ละโปรแกรมไม่ได้ ซึ่งต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่สามารถแยกเสียงเตือนและตั้งเสียงเตือนที่เราต้องการได้

      8. การถ่ายรูปและแชร์ทันทียังมีตัวเลือกไม่มากเท่า แอนดรอย เช่นถ้าคุณต้องการที่จะถ่ายรูปและแชร์เข้า line ทันทีคุณต้องไปเปิดโปรแกรม line ขึ้นมาก่อนและส่งรูปที่คุณถ่ายไว้นั้นไปทีหลัง หรือถ่ายรูปจากโปรแกรม line เท่านั้นจึงจะแชร์ได้แบบทันที จุดนี้ต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่มีตัวเลือกในการแชร์ที่หลากหลายกว่า

      9. ระบบจัดการในส่วนของ contact หรือรายชื่อผู้ติดต่อยังไม่ดีเท่าแอนดรอย

      10. ลูกเล่นในการถ่ายภาพจากกล้องของ iphone เองลูกเล่นยังน้อยกว่าฝั่งแอนดรอยเยอะ ยกเว้นเสียแต่เราไปลงโปรแ
      กรมแต่งภาพหรือโปรแกรมถ่ายรูปอย่างเช่น camera 360

      11. การโหลดโปรแกรมใน app store ใช้งานยากกว่า แอนดรอย ที่สำคัญคือมันต้องให้ใส่รหัส apple id ทุกครั้งเมื่อจะโหลดโปรแกรม (ทำไมมันไม่จำบ้างนะ)

      12. การจัดการกับโปรแกรมที่ค้างอยู่ น่าจะเป็นเรื่องที่วุ่นวายสำหรับใครหลายๆคนซึ่งต้องมาไล่ปิดทีละโปรแกรมจากการกด home 2 ครั้งเพื่อเรียกดูโปรแกรมที่เปิดอยู่และปิดมันทีละอันๆ ทำไมไม่ทำแบบกดปิดได้ทีเดียวพร้อมกันไปเลยบ้างล่ะ เข้าไปใน app store ก็ยังไม่พบว่าจะมีโปรแกรมช่วยปิดพร้อมๆกันทีเดียว ต่างจากฝั่งแอนดรอยที่มีโปรแกรมในการช่วยจัดการตรงนี้มากมายให้เลือกใช้ ของฝั่ง apple ก็มีนะครับแต่ต้องทำการ Jailbreak เครื่องเสียก่อน แต่ ณ ตอนนี้ ios ที่ผมใช้ยังเป็นเวอร์ชั่นที่ยังไม่สามารถ Jailbreak ได้ครับ การ Jailbreak ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียหาข้อมูลได้จาก google เลยครับสำหรับคนที่สนใจ

      13. แป้นพิมพ์ใน iphone ยังไม่สามาถลงแป้นพิมพ์อื่นๆแบบใน แอนดรอย ได้นะครับ แต่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอาแป้นพิมพ์กี่แถว ถ้าใครซื้อ iphone มาแล้วหวังจะลงแป้นพิมพ์ที่คุ้นเคยอย่างที่เคยใช้ในแอนดรอย ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิดแล้ว

      14. การ backup ทำได้ยากกว่าใน แอนดรอย ซึ่งทาง แอนดรอย ปัจจุบันสามารถที่จะ backup ทั้งรายชื่อติดต่อ โปรแกรมและอื่นๆผ่านทาง gmail ได้แล้วโดยไม่ต้องยุ่งยาก แต่ทาง iphone ยังต้องทำการ backup ผ่านทาง iTunes และ iCloud อยู่ ที่ผ่านมาเราพบอยู่บ่อยๆสำหรับผู้ใช้ iphone ที่ไม่ชำนาญการใช้เวลาเครื่องมีปัญหาและไม่เคย backup มาก่อนมักจะสูญเสียข้อมูลไปพร้อมเครื่อง เนื่องจากเวลาเคลมเครื่องนั้นทาง apple ไม่ได้กู้คืนข้อมูลให้เราแต่เปลี่ยนเครื่องใหม่มาแทน ลองคิดดูว่าถ้ารูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อจำนวนมากๆ และอะไรต่อมิอะไรที่คุณไม่เคย backup เก็บไว้เลยสูญหายไปคุณจะเครียดแค่ไหน

      15. iphone ไม่มีปุ่มปิดโปรแกรมแต่ละโปรแกรมและไม่มีปุ่ม back แน่นอนล่ะถ้าเป็นแบบนี้หลายคนที่ใช้งานเวลาจะออกจากโปรแกรมก็กดแต่ปุ่ม home กันจนบางครั้งลืมเข้าไปกดปิดจนทำให้แบ็ตหมดเร็วซึ่งก็เป็นสาเหตุหลัก

      ลบ
  24. 1.ลักษณะการนำเสนอ : อธิบายเข้าใจดี เนื้อหาชัดเจน
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้ : IOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ทันยสมัย ใช้ใน IPhone
    3.ข้อเสนอแนะ : มีความกังวลในเรื่องของสคริปไปหน่อยค่ะ
    4.ฝากคำถาม : ทำไมจึงต้องมีการอัฟเดต IOS
    5.นางสาวนันท์วิภา พิมพร รหัส 5720602364

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เพื่อเป็นการอัพเดตระบบปฏิบัติการให้สามารถรองรับการใช้งานของแอพลิเคชั่นต่างๆได้ เเละมีความสะดวก ตอบสนองต่อการใช้งานที่รวดเร็วเเละทันสมัยมากยิ่งขึ้น ^^

      ลบ
  25. 1.นำเสนอได้ดี ฟังชัด เข้าใจง่าย
    2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบ IOS รูปแบบของระบบ IOS การพัฒนาซอฟแวร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงหน้าที่ของแอพพลิเคชั่นต่างๆ
    3.ควรมีเนื้อหาในการนำเสนอมากกว่านี้
    4.ถ้านำความรู้เกี่ยวกับ IOS มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน จะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

    นายปริญญา กุลจันทึก 5720602372

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ข้อดีคือ
      - ทําให้เด็กไทยรุ่นใหม่ได้ก้าวทันเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น และได้เรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะเมื่อแก่ตัวไปก็จะสายเกินกว่าจะเรียนรู้แล้ว
      - เมื่อมีการนําหลักสูตรและตําราเรียนต่างๆมาใส่ไว้ใน Tablet ก็สามารถปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรให้เด็กได้เรียนรู้โปรแกรมใหม่ๆนอกเหนือจากในตําราเรียน
      - เป็นการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีให้แก่เด็กเพื่อนําไปใช้ในการทํางาน และการประกอบอาชีพในอนาคต
      - ช่วยกระตุ้นให้ครูที่หมดไฟทั้งหลาย เริ่มมองดูตัวเองให้มากขึ้น
      ข้อเสียคือ
      -ข้อเสียที่สําคัญและเห็นได้ชัด คือ เมื่อเด็กใช้ Tablet ไปนานๆ มองหน้าจอนานๆ
      ก็จะส่งผลระยะยาวกับสายตาของเด็กคือ ทําให้สายตาเสียตั้งแต่ อายุยังน้อยและอาจส่งผลไปในระยะยาว
      - เด็กในวัยนี้ถือว่ายังมีวุฒิภาวะที่ไม่เพียงพอที่จะดูแลรักษาของ เหล่านี้ได้ อาจทําหายหรือเกิดความชํารุดเสียหายได้ และทําให้ เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
      - ปัญหาการติดเกมส์ เด็กไว้นี้อาจจะนําไปใช้ในทางที่ผิดคือนําไป เล่นเกมส์และนําไปเปิ ดเว็บที่ไม่เหมาะสม
      - ปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในประเทศไทยของเรายังไม่มีการปล่อย wifi ในทั่วประเทศ เมื่อรัฐบาลจะแจกให้กับเด็กทั่วประเทศ ก็จะไม่มีการออนไลน์ก็เหมือนกับเด็กได้เรียนรู้เท่าเดิม คือแค่ได้เรียนในตําราเรียนที่ย่อลงไปใน Tablet ไม่ได้มีความรู้เพิ่มเติมจากโลกออนไลน์เลย

      ลบ
  26. 1. นำเสนอได้ดีค่ะ เตรียมตัวมาดี
    2. ได้รู้จักกับระบบปฏิบัติการ IOS
    3. มีติดขัดเล็กน้อย กังวลเรื่องสคริปนิดหน่อย
    4. ข้อแตกต่างระหว่าง android กับ IOS คืออะไร
    ณิชาภัทร เสือสีห์ 5720602321

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. อิสระ
      Android เหมือนคอมพิวเตอร์เลย ติดตั้งแอพจากไหนก็ได้ เชื่อมต่อแกับอุปกรณ์ภายนอกได้ง่าย (เสียบ USB กับคอมเครื่องไหนก็ได้) เข้าถึงไฟล์ต่างๆและปรับแต่งการตั้งค่าของเครื่องได้


      ง่าย
      iOS เป็นระบบที่มีความซับซ้อนน้อย จุดเด่นคือมีบริการจากส่วนกลางไม่ว่าจะเป็น iTunes, Games Center และ iCloud ทำให้ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวระบบ (บัญชีเดียวใช้บริการได้อย่างครอบคลุม) ที่น่าสนใจคือปลอดภัยจากมัลแวร์
      จอมพลัง
      ถ้าชอบการปรับแต่งความสามารถให้กับระบบ ต้องเลือก Android สามารถลงแอพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่อง ส่วนจุดเด่นของระบบนี้คือ “Multitask” สามารถทำงานได้หลายแอพพร้อมกันในเวลาเดียว

      เสถียร
      iOS ไม่ได้แค่ลื่นเฉพาะหน้าโฮมกรีนนะ แต่แอพต่างๆก็ไหลลื่น ประหยัดพลังงานแม้จะเปิดแอพค้างไว้ ที่สำคัญคือลงแอพมากขึ้น ประสิทธิภาพเครื่องไม่ได้ด้อยลงไปเลย
      นักสร้างสรรค์
      สำหรับ Android แค่เปลี่ยนธีมใหม่ ก็สร้างความรู้สึกว่าเหมือนได้เปลี่ยนเครื่องใหม่ สามารถปรับแต่งโฮมสรีนได้อย่างอิสระ และสำหรับคนที่ชอบแชทเป็นชีวิตจิตใจต้องเลือก Android มีคีบอร์ดเก่งๆให้เลือกหลายตัว ที่สำคัญพิมพ์แบบ Swipe ได้

      นักเล่น
      iOS โดดเด่นด้านความบันเทิง ทั้งเกมส์และแอพมีให้เลือกจำนวนมากและมีคุณภาพ มีแอพระดับพรีเมี่ยมจาก Apple และที่สำคัญคือเครื่องที่ใช้ iOS รุ่นใหม่ๆ เล่นแอพเก่าๆได้เลย

      สรุป
      หลายๆอย่างทั้ง iOS กับ Android นั้นทำได้เหมือนกัน แต่ที่ยกมานั้นเป็นจุดเด่นที่ระบบมี เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ระดับ “ทั่วๆไป” พึงจะสัมผัสได้ แต่ถ้าคุณอยู่ในระดับ GEEK ทั้งสองระบบ ทำอะไรได้มากกว่าที่อธิบายไป

      ลบ
  27. 1.นำเสนอได้ดีและชัดเจน พูดได้กระชับ
    2.ได้ทราบรูปแบบต่างๆของIOS
    3.พูดติดขัดเล็กน้อยนิด กระจิ๊ดกระจ้อย ^^
    4. ข้อเสียของIOS มีอะไรบ้าง
    5.นายธนพล เพ็ชรนุช 5720602348

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ข้อเสียของ IOS คือ
      1. การนำเข้าพวกไฟล์ภาพ เพลง วีดีโอ ค่อนข้างลำบากต้องผ่าน iTunes และหากจะนำรูปภาพจากคอมพิวเตอร์กลับมาลง iphone ต้อง syn ผ่าน iTunes เท่านั้น ไม่สามารถส่งผ่าน bluetooth หรือก้อปปี้เข้า folder หลักโดยตรงได้

      2. ไฟล์รูปภาพที่ syn ผ่านคอมพิวเตอร์เข้ามาสู่ iphone จะไม่สามารถลบได้จากในตัวเครื่องมือถือ ต้องไปลบจากคอมพิวเตอร์แล้ว syn ผ่าน itune อีกครั้งเท่านั้น

      3. ไม่สามารถส่งข้อมูลต่างๆผ่านทาง bluetooth ได้นะครับ ถ้าคิดว่าคุณจะซื้อ iphone แล้วมาส่งไฟล์ภาพแชร์กับเพื่อนที่ใช้มือถือแอนดรอยล่ะก็คุณอาจจะต้อง มึนๆ งงๆ ได้ครับว่าเครื่องตัวเองเสียหรือเปล่าทำไมแชร์ไม่ได้

      4. การนำไฟล์ mp3 มาใช้ในการทำเสียงเรียกเข้าต้องทำผ่าน iToos เท่านั้นซึ่งเป็นคนละโปรแกรมกับ iTunes ผู้ใช้ iphone ส่วนใหญ่จึงไม่อยากที่จะศึกษาตรงนี้เพราะกลัวจะวุ่นวายเลยใช้เสียงเรียกเข้าเดิมๆที่ระบบมีไว้ให้ครับทั้งๆที่จริงแล้วก็ไม่ได้ยากอะไรครับ มีคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เชื่อมต่อผ่านสาย usb เข้าโปแกรม iToos และตัดท่อนฮุกที่ต้องการมันก็จะ syn เข้ามาให้ในเครื่องแล้วครับ

      5. โปรแกรมบางตัวใน แอนดรอย (android) ที่คนนิยมกลับไม่มีใน app store

      6. โปรแกรมหลายตัวใน iphone มีลูกเล่นสู้ฝั่ง แอนดรอยไม่ได้ อาทิเช่น gmail และ line ยกตัวอย่างง่ายๆครับ gmail ใน iphone จะไม่สามารถลบอีเมล์จำนวนมากๆพร้อมกันได้ และ line ก็ไม่สามารถที่จะพิมพ์ตอบใน pop up แจ้งเตือนได้ ซึ่งจะตอบได้ก็ต้องเข้าไปในโปรแกรมอีกที นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโปรแกรมเลยครับที่ฝั่งแอนดรอยทำได้ดีกว่าทั้งๆที่เป็นโปรแกรมเดียวกัน

      7. การแยกเสียงเตือนของโปรแกรมไม่ว่าจะเป็น gmail / line และโปรแกรมอื่นๆที่ใช้การแจ้งเตือนยังคงตั้งเสียงเตือนของแต่ละโปรแกรมไม่ได้ ซึ่งต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่สามารถแยกเสียงเตือนและตั้งเสียงเตือนที่เราต้องการได้

      8. การถ่ายรูปและแชร์ทันทียังมีตัวเลือกไม่มากเท่า แอนดรอย เช่นถ้าคุณต้องการที่จะถ่ายรูปและแชร์เข้า line ทันทีคุณต้องไปเปิดโปรแกรม line ขึ้นมาก่อนและส่งรูปที่คุณถ่ายไว้นั้นไปทีหลัง หรือถ่ายรูปจากโปรแกรม line เท่านั้นจึงจะแชร์ได้แบบทันที จุดนี้ต่างจากฝั่ง แอนดรอย ที่มีตัวเลือกในการแชร์ที่หลากหลายกว่า

      9. ระบบจัดการในส่วนของ contact หรือรายชื่อผู้ติดต่อยังไม่ดีเท่าแอนดรอย

      10. ลูกเล่นในการถ่ายภาพจากกล้องของ iphone เองลูกเล่นยังน้อยกว่าฝั่งแอนดรอยเยอะ ยกเว้นเสียแต่เราไปลงโปรแ
      กรมแต่งภาพหรือโปรแกรมถ่ายรูปอย่างเช่น camera 360

      11. การโหลดโปรแกรมใน app store ใช้งานยากกว่า แอนดรอย ที่สำคัญคือมันต้องให้ใส่รหัส apple id ทุกครั้งเมื่อจะโหลดโปรแกรม (ทำไมมันไม่จำบ้างนะ)

      12. การจัดการกับโปรแกรมที่ค้างอยู่ น่าจะเป็นเรื่องที่วุ่นวายสำหรับใครหลายๆคนซึ่งต้องมาไล่ปิดทีละโปรแกรมจากการกด home 2 ครั้งเพื่อเรียกดูโปรแกรมที่เปิดอยู่และปิดมันทีละอันๆ ทำไมไม่ทำแบบกดปิดได้ทีเดียวพร้อมกันไปเลยบ้างล่ะ เข้าไปใน app store ก็ยังไม่พบว่าจะมีโปรแกรมช่วยปิดพร้อมๆกันทีเดียว ต่างจากฝั่งแอนดรอยที่มีโปรแกรมในการช่วยจัดการตรงนี้มากมายให้เลือกใช้ ของฝั่ง apple ก็มีนะครับแต่ต้องทำการ Jailbreak เครื่องเสียก่อน แต่ ณ ตอนนี้ ios ที่ผมใช้ยังเป็นเวอร์ชั่นที่ยังไม่สามารถ Jailbreak ได้ครับ การ Jailbreak ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียหาข้อมูลได้จาก google เลยครับสำหรับคนที่สนใจ

      13. แป้นพิมพ์ใน iphone ยังไม่สามาถลงแป้นพิมพ์อื่นๆแบบใน แอนดรอย ได้นะครับ แต่ก็สามารถเลือกได้ว่าจะเอาแป้นพิมพ์กี่แถว ถ้าใครซื้อ iphone มาแล้วหวังจะลงแป้นพิมพ์ที่คุ้นเคยอย่างที่เคยใช้ในแอนดรอย ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิดแล้ว

      14. การ backup ทำได้ยากกว่าใน แอนดรอย ซึ่งทาง แอนดรอย ปัจจุบันสามารถที่จะ backup ทั้งรายชื่อติดต่อ โปรแกรมและอื่นๆผ่านทาง gmail ได้แล้วโดยไม่ต้องยุ่งยาก แต่ทาง iphone ยังต้องทำการ backup ผ่านทาง iTunes และ iCloud อยู่ ที่ผ่านมาเราพบอยู่บ่อยๆสำหรับผู้ใช้ iphone ที่ไม่ชำนาญการใช้เวลาเครื่องมีปัญหาและไม่เคย backup มาก่อนมักจะสูญเสียข้อมูลไปพร้อมเครื่อง เนื่องจากเวลาเคลมเครื่องนั้นทาง apple ไม่ได้กู้คืนข้อมูลให้เราแต่เปลี่ยนเครื่องใหม่มาแทน ลองคิดดูว่าถ้ารูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อจำนวนมากๆ และอะไรต่อมิอะไรที่คุณไม่เคย backup เก็บไว้เลยสูญหายไปคุณจะเครียดแค่ไหน

      15. iphone ไม่มีปุ่มปิดโปรแกรมแต่ละโปรแกรมและไม่มีปุ่ม back แน่นอนล่ะถ้าเป็นแบบนี้หลายคนที่ใช้งานเวลาจะออกจากโปรแกรมก็กดแต่ปุ่ม home กันจนบางครั้งลืมเข้าไปกดปิดจนทำให้แบ็ตหมดเร็วซึ่งก็เป็นสาเหตุหลัก

      ลบ
  28. 1.การนำเสนอ พูดได้ดี ชัดถ้อยชัดคำ
    2.รู้ว่าระบบปฏิบัตการไอโอเอสต่างๆ มีความแตกต่างกันอย่างไร
    3.อยากให้เพิ่มถึงการนำไปใช้กับการเรียนการสอนมากขึ้น
    4.จำเป็นไหมที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ไอโอเอส
    น.ส.สุภาวดี จันธิมา5720602488

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่จำเป็นค่ะ เเล้วเเต่ความชอบเเละความสะดวกเพราะทุกๆระบบปฏิบัติการต่างก็มีข้อดีเเละข้อเสียที่เเตกต่างกันไป โดดเด่นคนละด้าน ตอบสนองความต้องการของเเต่ละบุคคล ^^

      ลบ
  29. 1.เนื้อหาครบถ้วนดีมากเลยครับ
    2.ได้รู้ว่าระบบ ios มีความหลากหลายมากแค่ไหน
    3.ไม่มีที่ติเลยครับ เจ๋ง
    4.มีอะไรที่ ios ทำไม่ได้แต่ระบบอื่นทำได้บ้างครับ
    5 นายภูมิ พงศ์สุพัฒน์ 5720602445

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. สิ่งที่ระบบอื่นทำได้เเต่ ios ทำไม่ได้มีดังนี้

      1.ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่

      แอนดรอยด์โฟนอย่าง Samsung Galaxy S5 หรือ LG G3 และอีกหลายรุ่นนั้นสามารถเปิดฝาหลังเครื่องเพื่อถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดาย เมื่อแบตเตอรี่หมดกะทันหันก็สามารถนำแบตเตอรี่สำรองมาใส่แทนได้ แต่ iPhone นั้นไม่สามารถเปิดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ สามารถทำได้เพียงแค่เสียบสายชาร์จเท่านั้น

      2.เปิดหลายแอพฯ บนหน้าจอเดียว

      แอนดรอยด์โฟนหลายรุ่น โดยเฉพาะของ Samsung และ LG สามารถเปิดใช้งานหลายแอพฯ พร้อมกันบนหน้าจอเดียวได้ ยกตัวอย่างเช่นบนสมาร์ทโฟน LG หลายรุ่นที่สามารถเปิดแอพฯ หนึ่งซ้อนบนอีกแอพฯ หนึ่ง พร้อมทั้งปรับขนาดและเลื่อนตำแหน่งของหน้าต่างแอพฯ ได้อย่างอิสระ ซึ่ง iPhone ไม่สามารถทำแบบนี้ได้แน่นอน


      แสดงภาพบนทีวีด้วย HDMI

      แอนดรอยด์โฟนหลายรุ่นจะมีช่อง microHDMI ให้สามารถเชื่อมต่อกับโทรทัศน์หรือหน้าจอขนาดใหญ่ที่มีช่อง HDMI เพื่อแสดงภาพจากสมาร์ทโฟนได้ เหมาะสำหรับดูหนังหรือเล่นเกมบนจอขนาดใหญ่ แต่สำหรับ iPhone นั้นไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีเพียงแค่ช่องต่อหูฟังกับ Lightning Port เท่านั้น

      สั่งการด้วยเสียงโดยไม่ต้องแตะปุ่มใด ๆ

      แอนดรอยด์โฟนอย่าง Moto X มีฟีเจอร์สั่งการด้วยเสียงที่ไม่เหมือน iPhone หรือสมาร์ทโฟนรุ่นไหน ๆ เนื่องจากมันสามารถรับรู้การสั่งงานด้วยเสียงได้โดยที่ไม่ต้องแตะปุ่มใด ๆ เลย เพียงแค่พูดคำสั่งที่ต้องการเท่านั้น ตัวเครื่องก็จะทำงานให้ทันทีเลย

      เพิ่มความจุด้วย microSD

      แอนดรอยด์โฟนหลายรุ่นมักมาพร้อมกับช่องใส่ microSD ทำให้สามารถเพิ่มความจุได้ตามความต้องการ ถึงแม่ว่าตัวสมาร์ทโฟนจะมีความจุให้มาเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่สำหรับ iPhone นั้นไม่สามารถเพิ่มความจุในเครื่องได้ สามารถทำได้เพียงแค่อัพโหลดไฟล์เก็บไว้บน iCloud เท่านั้น

      ปรับแต่งปุ่มลัดในแถบแจ้งเตือน

      แอนดรอยด์โฟนจำนวนมากโดยเฉพาะ Samsung และ LG สามารถปรับแต่งปุ่มต่าง ๆ ที่แสดงเมื่อเลื่อนแถบแจ้งเตือนจากขอบบนของหน้าจอลงมา ว่าต้องการให้แสดงปุ่มใดบ้าง ซึ่งเป็นปุ่มลัดสำหรับปิด-เปิดฟีเจอร์ต่าง ๆ ของเครื่องได้ เช่น Wi-Fi, Bluetooth, GPS, NFC, 3G, 4G ฯลฯ แต่สำหรับ iPhone นั้นไม่สามารถเลือกได้ว่าต้องการให้แสดงปุ่มใดบ้าง

      ปรับแต่งธีมและอินเทอร์เฟซ

      ผู้ใช้แอนดรอยด์ต่างรู้กันดีว่าจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของแอนดรอยด์นั้นก็คือ สามารถปรับธีมและอินเทอร์เฟซต่าง ๆ ได้หลากหลายตามความต้องการ ตั้งแต่ภาพ Wallpaper ไปจนถึงไอคอนต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้สามารถปรับแต่งได้หลากหลายมากขึ้น และแน่นอนว่า iOS ไม่สามารถทำได้

      Widget บน Home Screen

      Home Screen ของแอนดรอยด์นั้นสามารถเลือก Widget ของแอพฯ ต่าง ๆ มาวางได้ พร้อมทั้งสามารถย้ายตำแหน่งที่ต้องการวาง Widget นั้น ๆ ได้ตามความต้องการ ส่วน iOS นั้นก็มีฟีเจอร์ที่คล้าย ๆ กันบน iOS 8 แต่กลับไม่มีสามารถย้ายตำแหน่งหรือวางบน Home Screen ได้

      ใช้เป็นรีโมทคอนโทรล

      แอนดรอยด์โฟนรุ่นเรือธงหลายรุ่นอย่าง HTC One, LG G3 และ Samsung Galaxy S5 มาพร้อมที่ยิงแสงอินฟาเรด ทำให้สามารถใช้เป็นรีโมทคอนโทรลสำหรับควบคุมโทรทัศน์, เครื่องปรับอากาศ, ลำโพง หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในบ้านได้

      ถอดเปลี่ยนฝาหลัง

      แอนดรอยด์โฟนหลายรุ่นสามารถถอดเปลี่ยนฝาหลังได้ ซึ่งมักจะมีการผลิตฝาหลังหลากหลายลวดลายและสีสันมาให้เลือกซื้อได้ตามใจชอบ หรือแม้กระทั่งฝาหลังที่มีลูกเล่นแบบต่าง ๆ ก็มีให้เลือกใช้เช่นกัน

      ลบ
  30. 1.การนำเสนอดีฟังง่ายๆ ดี เสียงชัดเจน
    2.มีการสรุปเนื้อหาให้เข้าใจง่ายๆขึ้น ความรู้ที่ได้ คือ iOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาจากapple
    3.สรุปได้เข้าใจง่ายดี
    4. ระบบios9ที่ใช้ในปัจจุบันมีข้อเสียอย่างไรบ้าง
    5.นางสาวรัตนาภรณ์ ผิวงาม 5720601341

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. 1. ปัญหาการรองรับแอพพลิเคชั่น

      แอพฯ จากผู้พัฒนาภายนอกที่ไม่ใช่แอพฯ ของแอปเปิลอาจไม่รองรับ iOS 9 Beta อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้การใช้งานบางฟีเจอร์มีปัญหาหรือมีบั๊ก สร้างความไม่สะดวกและความยุ่งยากให้กับผู้ใช้ ซึ่งการที่ผู้พัฒนาจะอัพเดทให้แอพฯ รองรับ iOS 9 นั้นก็จะต้องรอให้แอปเปิลปล่อยอัพเดท iOS 9 เวอร์ชั่นสมบูรณ์มาเสียก่อน (คาดว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนกันยายน)

      2. บั๊กเยอะ

      แน่นอนว่า iOS 9 Beta นั้นเป็นเวอร์ชั่นที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงอาจมีบั๊กของระบบอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ในขณะใช้งานมักพบปัญหาค่อนข้างบ่อย สร้างความหงุดหงิดให้กับผู้ใช้พอสมควร ซึ่งตามปกติแล้วเวอร์ชั่น Beta ถูกออกมาสำหรับให้นักพัฒนาทดสอบระบบเท่านั้น จึงไม่เหมาะที่บุคคลทั่วไปจะนำมาใช้งานจริง

      3. ข้อมูลหายเมื่อดาวน์เกรด

      ถึงแม้ว่าการดาวน์เกรดจาก iOS 9 Beta เป็น iOS 8.3 นั้นจะทำได้ง่าย แต่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ Back up จาก iOS 9 Beta จะไม่สามารถนำไปใช้กับ iOS 8.3 ได้ ทำให้เมื่อต้องการดาวน์เกรดเป็น iOS 8.3 เพื่ออัพเกรดเป็น iOS 9 เวอร์ชั่นสมบูรณ์จะต้องเสียข้อมูลที่เก็บไว้ขณะใช้งาน iOS Beta 9 ไป

      4. Jailbreak ไม่ได้

      ถ้าคุณใช้เครื่อง Jailbreak อยู่ หลังจากอัพเกรดเป็น iOS 9 Beta แล้ว ก็จะกลายเป็นเครื่องที่ไม่ Jailbreak ไปในทันที และอาจต้องรออีกนานกว่าที่แฮกเกอร์จะสามารถ Jailbreak iOS 9 ได้

      5. ถ้ามีปัญหา ใครก็ช่วยไม่ได้

      หากติดตั้ง iOS 9 Beta แล้วมีปัญหาในการใช้งาน จะไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากแอปเปิลหรือผู้พัฒนาใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจาก iOS 9 Beta ไม่ได้เป็นเวอร์ชั่นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว แม้แต่นักพัฒนาเองก็ยังเลือกที่จะไม่ติดตั้ง iOS 9 Beta บนเครื่องส่วนตัวเสียด้วยซ้ำ

      6. ระบบทำงานช้า เครื่องอืด

      เวอร์ชั่น Beta แรก ๆ ของ iOS 9 อาจยังไม่ถูกปรับแต่งให้ทำงานได้ลื่นไหลเท่าที่ควร ในการใช้งานอาจพบปัญหาโหลดช้า เครื่องอืด ซึ่งตามปกติแล้วแอปเปิลจะปรับปรุงและแก้ไขปัญหาดังกล่าวเรื่อย ๆ ในเวอร์ชั่นถัดไป

      7. บางฟีเจอร์อาจใช้งานไม่ได้

      ถึงแม้ว่า iOS 9 จะมีฟีเจอร์และลูกเล่นใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย แต่ในเวอร์ชั่น Beta นั้นบางฟีเจอร์อาจไม่รองรับบางแอพพลิเคชั่น ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ หรืออาจใช้งานไม่ได้เลย จึงไม่ควรคาดหวังมากหากต้องการใช้งานฟีเจอร์ใหม่บน iOS 9 Beta

      ลบ
  31. 1.ลักษณะการนำเสนอ : พูดจาคล่องแคล่ว น่าฟังค่ะ
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ : ทราบถึงพัฒนาการและรูปแบบการใช้งานในแบบต่างๆของระบบปฏิบัติการ IOS
    3.ข้อเสนอแนะ : ลดการมองสคริปลงนิดนะคะ
    4.ฝากคำถามจากเนื้อหา : อยากทราบว่าในความคิดของผู้นำเสนอคิดว่าพวกระบบปฏิบัติการแบบนี้จะมีการพัฒนาไปได้อีกไกลแค่ไหน มีจุดอิ่มตัวหรือเปล่า

    นางสาวปริยาภรณ์ พรมหอม รหัสนิสิต 5720602381

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เราคิดว่าไม่นะ เพราะเทคโนโลยีพัฒนาไปในทุกยุคทุกสมัย ยิ่งเวลาผ่านไป เปลี่ยนไป อะไรใหม่ๆก็เข้ามา พัฒนาจากเดิม ดีขึ้นๆเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า จะไม่มีคำว่าอิ่มตัวสำหรับการพัฒนาระบบปฏิบัติการของเทคโนโลยี ^^

      ลบ
  32. - พูดเสียงดังฟังชัดดีครับ
    - อธิบายให้เข้าใจเนื้อหาได้ดี เนื้อหาน่าสนใจ
    - ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นเยอะเลยครับ
    ผมมีคำถามครับ
    - ios ใช้ได้กับ apple อย่างเดียวหรอครับ
    นายธนภูมิ พูลสวัสดิ์ 5720601104

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ใช่เเล้วค่ะ รองรับเฉพาะ iPhone, iPad หรือ iPod touch เท่านั้นค่ะ ^^

      ลบ
  33. 1.นำเสนอได้ดี ข้อมูลน่าสนใจดีมากครับ
    2.ได้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆของ ios เยอะเลยครับ มีประโยชน์มากด้วย
    3.ผู้ช้าลงนิดนึงน้าา แต่โดยรวมนำเสนอได้ดีแล้วครับ
    4.ในปัจจุบันมีจำนวนคนที่ใช้ ระบบปฏิบัติการ ios ในไทยมากเป็นอันดับ 1 เลยหรือเปล่า
    นายจิรชัย งามยิ่งยศ 5720602275

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. จากเว็ป http://droidsans.com/thailand-market-overview-by-inmobi สรุปผลว่า
      สัดส่วน Impression แบ่งตาม OS
      Android : 64.0%
      iOS : 33.4%
      Windows : 1.7%

      ลบ
  34. 1.ลักษณะการนำเสนอ : นำเสนอได้ดีแล้วค่ะ
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ : ได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบ ios มากขึ้น
    3.ข้อเสนอแนะ : พยายามคลายความกังวลการนำเสนอจะได้ติดขัดได้น้อยลงนะค่ะ
    4.ฝากคำถาม : ทำไมเวลาไอโฟนอัพ ios แล้วถึงมีการติดขัดและพบปัญหายู่บ่อยครั้งค่ะ
    นางสาวพงศ์ผกา บุญเสี่ยง 5720600761

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เนื่องจากเป็นการทดลองตัวระบบปฏิบัติการใหม่ ดังนั้นก็ย่อมมีบ้างบางครั้งที่อาจจะไม่ค่อยเสถียรต่อการใช้งาน แต่ไม่นานทางบริษัทก็จะแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องให้สามารถใช้ได้เป็นปกติโดยเร็วที่สุดค่ะ

      ลบ
  35. 1.นำเสนอดีครับ เนื้อห่าชัดเจน
    2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบ ios
    3.ลดการดูสคริปนิดนึงเพราะจะทำให้ติดขัด แต่ภาพรวมยังดีครับ
    4.ถ้าเราไม่อัพ ios ตามระบบ เครื่อจะเป็นไรไหมครับ
    นายพัชรพงษ์ สุผล 5720601121

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่เป็นค่ะ แต่ระบบปฏิบัติการเดิมๆนั้น อาจไม่รองรับแอพลิเคชันใหม่ๆ ดีและมีประสิทธิภาพที่ถูกพัฒนามาพร้อม IOS เวอร์ชันปัจจุบันค่ะ

      ลบ
  36. 1.เสียงดังฟังชัด เนื้อหาน่าสนใจ
    2.ได้รู้เกี่ยวกับระบบปฎิบัติการ ios ตั้งแต่ ios แรก จนถึง ios 9 ในปัจจุบัน ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงขึ้นบ้าง แอฟพลิเคชันที่มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น
    3.อาจมีติดขัด ตื่นเต้นเล็กน้อย แต่โดยรวมนำเสนอได้ดี
    4.ในระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันได้มีการนำ ระบบปฎบัติการ ios มาประยุกต์ใช้กับการศึกษาอย่างไรบ้าง

    ณิชาบูล กลิ่นอุบล 5720600710

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ยังไม่มีการใช้ในการศึกษาแบบแพร่หลาย แต่อาจจะพบในบางครั้งที่ผู้สอนใช้แอพพลิเคชันประกอบการสอน เเต่คงยังไม่เป็นที่นิยมเพราะอุปกรณ์มีราคาสูงจึงไม่เหมาะกับโรงเรียนเล็กๆ

      ลบ
  37. 1.ลักษณะการนำเสนอ - ผู้นำเสนอมีความมั่นใจในการนำเสนอ พูดได้ชัดเจน ฟังแล้วเข้าใจง่ายค่ะ
    2.เนื้อหา/ความรู้ที่ได้รับ - ทำให้ได้ทราบถึงแอปพลิเคชั่นๆต่างๆ ที่สำคัญในระบบไอโอเอส ระบบปัจจุบันคือ ios 9 เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดของ ios ในขณะนี้
    3.ข้อเสนอแนะ - พูดได้ดีค่ะ ^^
    4.คำถาม - ระบบ ios จะมีประโยชน์ต่อการศึกษาในศตวรรษที่ 21 อย่างไรบ้างคะ
    นางสาววธูสิริ ไขว้พันธุ์ 5720601431

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีประยุกต์กับการเรียนในทางที่ถูกต้อง ในการศึกษาหาข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทันสมัย ใช้แอพลิเคชันประกอบการเรียนได้อย่างคล่องเเคล่วค่ะ

      ลบ